ระดับแสงที่เหมาะสมในชีวิตประจำวันภายในอาคารทำงาน

ค่า Lux มาตรฐานและการตรวจวัดแสงสว่างเพื่อความปลอดภัย

Key Takeaways 

ค่า Lux (ลักซ์) คือหน่วยวัดความสว่างของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวต่อหนึ่งตารางเมตร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน การจัดแสงสว่างให้ตรงตามค่า Lux มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จะช่วยลดความเหนื่อยล้าทางสายตา ป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานในสถานประกอบการ โดยอ้างอิงจากตารางค่าความสว่าง Lux ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ องค์กรควรทำการตรวจวัดแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ปฏิบัติงานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และหลีกเลี่ยงข้อหาความผิดทางกฎหมาย

แสงสว่าง เป็นองค์ประกอบในการออกแบบพื้นที่ทำงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระดับความสว่างที่เหมาะสมมีอิทธิพลอย่างมากต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพสายตา และความปลอดภัยของบุคลากรในทุกสายอาชีพ การปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดเกินไปหรือสว่างจ้าเกินไปล้วนก่อให้เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึง ทั้งความเหนื่อยล้าทางสายตา ความเครียดสะสม ไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานของแสงสว่างจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี 

Table of Contents

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของ ค่า Lux มาตรฐานความสว่างในแต่ละพื้นที่ รวมถึงวิธีการประเมินและปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

รู้จักค่า Lux หน่วยวัดระดับแสงที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน

ค่า Lux (สัญลักษณ์: lx) คือ หน่วยวัดความสว่างในพื้นที่ โดย 1 Lux จะเท่ากับการที่แสงสว่าง 1 ลูเมนกระจายตัวบนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ค่า Lux จึงมีความสำคัญในการกำหนดระดับแสงที่เหมาะสมสำหรับการทำงาน หรือการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ โดยมีจุดประสงค์ดังนี้

  • เพิ่มความสบายตา ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตาและป้องกันปัญหาสุขภาพตาจากการเพ่งทำงาน
  • เสริมความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่มีการมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิและประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น
  • สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายในพื้นที่

เปรียบเทียบค่า Lux และ Lumen ต่างกันอย่างไร ?

หลายคนอาจสับสน ค่าวัดความสว่างในพื้นที่อย่างค่า Lux และ Lumen มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยสามารถพิจารณาแยกแยะจากตารางด้านล่างนี้

หัวข้อ Lumen (ลูเมน) Lux (ลักซ์)
ความหมาย ปริมาณแสงทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดแสง ปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวใดพื้นผิวหนึ่ง
สิ่งที่ใช้วัด ประสิทธิภาพและความสว่างของตัวหลอดไฟ ความสว่างที่ใช้งานได้จริงในพื้นที่บริเวณนั้น
ตัวแปรเรื่องระยะทาง ไม่ขึ้นอยู่กับระยะทาง ขึ้นอยู่กับระยะทาง ยิ่งไกลจากหลอดไฟ ค่า Lux ยิ่งลดลง
การนำไปใช้ ใช้พิจารณาเปรียบเทียบตอนเลือกซื้อหลอดไฟ ใช้พิจารณาตอนออกแบบและวัดแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน

มาตรฐานความสว่างภายในอาคารสำคัญอย่างไร ?

การปฏิบัติตามมาตรฐานความสว่างภายในอาคารอย่างถูกต้อง มีจุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานและผลกำไรขององค์กรในระยะยาว ดังนี้

  • รักษาสุขภาพและเพิ่มความสบายตา : ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา ปวดศีรษะ และป้องกันปัญหาสุขภาพจากการเพ่งสายตาในที่มืด หรือหรี่ตาในที่แสงจ้าเกินไป
  • เสริมสร้างความปลอดภัย : ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรกลหรือสารเคมีอันตราย
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน : แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิ ลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบชิ้นงาน ช่วยให้กระบวนการทำงานราบรื่น
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย : หลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายจากการละเมิดข้อบังคับด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของหน่วยงานรัฐ

มาตรฐานความสว่างภายในอาคาร

ตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใน พ.ศ. 2561 ได้มีการกำหนดค่า Lux มาตรฐานสำหรับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ดังนี้

ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณพื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ

บริเวณลักษณะพื้นที่ ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง (LUX)
ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร 50
ทางเดินบันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร 100
ห้องพักฟื้นสำหรับการปฐมพยาบาล ห้องพักผ่อน 50
ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า 100
โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา 300
ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องบรรยาย 300
ห้องเก็บวัตถุดิบ บริเวณห้องอบ หรือห้องทำให้แห้งของโรงซักรีด 100
คลังสินค้า ห้องควบคุม ห้องสวิตช์ 200
บริเวณเตรียมการผลิต พื้นที่บรรจุภัณฑ์ 300

ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณที่ลูกจ้างต้องทำงาน โดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน (โรงงาน พื้นที่การผลิต คลังสินค้า)

ลักษณะงาน ค่าความเข้มของแสงสว่าง (LUX)
ชิ้นงานมีขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีชัดเจนมาก เช่น การรีดเส้นด้าย การซักรีด การปั๊มขึ้นรูปแก้ว งานเชื่อมเหล็ก การประกอบ เตรียมวัตถุดิบ 200-300
ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง สามารถมองเห็นได้และมีความแตกต่างของสีชัดเจน เช่น งานบรรจุน้ำลงขวดหรือกระป๋อง การทำงานไม้ขนาดปานกลาง 300-400
ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจนและมีความแตกต่างของสีปานกลาง เช่น การเตรียมอาหาร งานประจำในสำนักงาน งานออกแบบและเขียนแบบ งานประกอบรถยนต์และตัวถัง 400-500
ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานค่อนข้างมาก เช่น งานระบายสี งานพิสูจน์อักษร 500-600
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานมาก เช่น การปฏิบัติงานที่ชิ้นงานมีขนาดตั้งแต่ 25 ไมโครเมตร 700-800
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาและใช้เวลาในการทำงาน เช่น การตรวจสอบ การตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยมือ การเทียบสีในงานย้อมผ้า การร้อยตะกร้อ 800-1,200
ชิ้นงานมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีน้อยมาก ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานมาก เช่น งานตรวจสอบชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก งานละเอียดที่ทำที่โต๊ะ หรือเครื่องจักร ชิ้นงานที่มีขนาดเล็กกว่า 25 ไมโครเมตร 1,200-1,600
ชิ้นงานมีขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีสีไม่แตกต่างกัน ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานและความชำนาญสูง เช่น การเจียระไนเพชรพลอย งานทางการแพทย์ 2,500 หรือมากกว่า

พนักงานซ่อมบำรุงกำลังเช็กและทำความสะอาดหลอดไฟเพื่อรักษามาตรฐานความสว่างภายในอาคาร

การปรับปรุงค่า Lux ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

การปรับปรุงค่าความสว่างให้ตรงตามมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกสบายของผู้ใช้งานด้วย ซึ่งการปรับปรุงสามารถทำได้ดังนี้

  • เลือกหลอดไฟที่เหมาะสม ตรวจสอบค่า Lumens และอุณหภูมิสี (Color Temperature) ของหลอดไฟให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้ได้ค่า Lux ที่ต้องการบนพื้นผิวสัมผัส
  • ตำแหน่งการติดตั้งหลอดไฟ ควรติดตั้งหลอดไฟในตำแหน่งที่สามารถกระจายแสงได้อย่างทั่วถึง เช่น บริเวณเพดาน หรือจุดที่ไม่มีเงาบดบัง รวมถึงใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงเพื่อช่วยเพิ่มความสว่าง
  • การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ กำหนดรอบทำความสะอาดโคมไฟและหลอดไฟ ฝุ่นที่เกาะสะสมสามารถลดทอนความสว่างลงได้ถึง 10-20% รวมถึงทำการเปลี่ยนหลอดไฟที่เสื่อมสภาพหรือมีอาการกะพริบทันที
  • การใช้ Lux Meter เพื่อตรวจสอบและวัดค่าความสว่างในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ทราบว่าความสว่างตรงตามมาตรฐานหรือไม่ และสามารถปรับปรุงได้ตามความจำเป็น

Health & Envitech บริการตรวจวัดแสงสว่าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน

สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโรงงานที่ต้องการตรวจวัดแสงสว่างและปรับปรุงระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย Health & Envitech พร้อมให้บริการตรวจวัดด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง การตรวจวัดสารเคมีอันตราย การตรวจวัดความร้อน การตรวจวัดเกี่ยวกับที่อับอากาศ การตรวจวัดความสั่นสะเทือน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระดับมาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และวิเคราะห์ผลการตรวจวัดอย่างละเอียด เพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดียิ่งขึ้น

สนใจรับคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

 

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จาก https://osh.labour.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1264%3Aupdate-&catid=1%3Anews-thai&Itemid=201

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Lux มาตรฐาน (FAQs)

Q: การใช้แสงธรรมชาติ (Daylight) ร่วมกับการเปิดไฟ ส่งผลต่อผลการวัดค่า Lux หรือไม่ ?

A: ส่งผลอย่างแน่นอน แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างหรือหลังคาโปร่งแสง สามารถเพิ่มค่า Lux ในพื้นที่ได้ชั่วคราว การออกแบบแสงสว่างที่ดีจึงควรมีระบบควบคุมหรือเซ็นเซอร์หรี่ไฟ เพื่อปรับระดับแสงประดิษฐ์ให้สมดุลกับแสงธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาค่าความสว่างให้คงที่แล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

Q: เครื่องวัดแสง (Lux Meter) จำเป็นต้องส่งสอบเทียบ (Calibration) บ่อยแค่ไหน ?

A: เครื่องมือวัดแสงควรได้รับการสอบเทียบความแม่นยำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อให้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์รับแสงยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง และผลการวัดสามารถนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้

Q: หากต้องทำงานกะกลางคืน มาตรฐานค่าความสว่างจะแตกต่างจากการทำงานกะกลางวันหรือไม่ ?

A: กฎหมายไม่ได้แบ่งแยกมาตรฐานความสว่างตามช่วงเวลาของวัน พื้นที่ทำงานต้องมีค่าความสว่างตามตารางมาตรฐานที่กำหนดตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน ดังนั้นในกะกลางคืนที่ไม่มีแสงธรรมชาติช่วย สถานประกอบการจะต้องอาศัยระบบแสงสว่างประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้ค่า Lux ที่เพียงพอตามเกณฑ์

Q: ค่า Lux มาตรฐานในสำนักงานควรอยู่ที่เท่าไร ?

A: สำหรับพื้นที่สำนักงานทั่วไป โต๊ะทำงาน ห้องพิมพ์เอกสาร หรือห้องฝึกอบรม ควรมีค่าความสว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 Lux เพื่อให้เพียงพอต่อการอ่านเอกสารและใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ทำให้สายตาเกิดความเมื่อยล้า

Q: Health & Envitech ให้บริการตรวจวัดแสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง ?

A: Health & Envitech ให้บริการครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน โครงการก่อสร้าง และสถานประกอบการทุกประเภทที่ต้องการประเมินสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลKey Takeaways 

ค่า Lux (ลักซ์) คือหน่วยวัดความสว่างของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวต่อหนึ่งตารางเมตร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน การจัดแสงสว่างให้ตรงตามค่า Lux มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จะช่วยลดความเหนื่อยล้าทางสายตา ป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานในสถานประกอบการ โดยอ้างอิงจากตารางค่าความสว่าง Lux ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ องค์กรควรทำการตรวจวัดแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ปฏิบัติงานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และหลีกเลี่ยงข้อหาความผิดทางกฎหมาย

แสงสว่าง เป็นองค์ประกอบในการออกแบบพื้นที่ทำงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระดับความสว่างที่เหมาะสมมีอิทธิพลอย่างมากต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพสายตา และความปลอดภัยของบุคลากรในทุกสายอาชีพ การปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดเกินไปหรือสว่างจ้าเกินไปล้วนก่อให้เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึง ทั้งความเหนื่อยล้าทางสายตา ความเครียดสะสม ไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานของแสงสว่างจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี 

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของ ค่า Lux มาตรฐานความสว่างในแต่ละพื้นที่ รวมถึงวิธีการประเมินและปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

รู้จักค่า Lux หน่วยวัดระดับแสงที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน

ค่า Lux (สัญลักษณ์: lx) คือ หน่วยวัดความสว่างในพื้นที่ โดย 1 Lux จะเท่ากับการที่แสงสว่าง 1 ลูเมนกระจายตัวบนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ค่า Lux จึงมีความสำคัญในการกำหนดระดับแสงที่เหมาะสมสำหรับการทำงาน หรือการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ โดยมีจุดประสงค์ดังนี้

  • เพิ่มความสบายตา ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตาและป้องกันปัญหาสุขภาพตาจากการเพ่งทำงาน
  • เสริมความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่มีการมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิและประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น
  • สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายในพื้นที่ 

เปรียบเทียบค่า Lux และ Lumen ต่างกันอย่างไร ? 

หลายคนอาจสับสน ค่าวัดความสว่างในพื้นที่อย่างค่า Lux และ Lumen มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยสามารถพิจารณาแยกแยะจากตารางด้านล่างนี้

หัวข้อ Lumen (ลูเมน) Lux (ลักซ์)
ความหมาย ปริมาณแสงทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดแสง ปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวใดพื้นผิวหนึ่ง
สิ่งที่ใช้วัด ประสิทธิภาพและความสว่างของตัวหลอดไฟ ความสว่างที่ใช้งานได้จริงในพื้นที่บริเวณนั้น
ตัวแปรเรื่องระยะทาง ไม่ขึ้นอยู่กับระยะทาง ขึ้นอยู่กับระยะทาง ยิ่งไกลจากหลอดไฟ ค่า Lux ยิ่งลดลง 
การนำไปใช้ ใช้พิจารณาเปรียบเทียบตอนเลือกซื้อหลอดไฟ ใช้พิจารณาตอนออกแบบและวัดแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน

มาตรฐานความสว่างภายในอาคารสำคัญอย่างไร ?

การปฏิบัติตามมาตรฐานความสว่างภายในอาคารอย่างถูกต้อง มีจุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานและผลกำไรขององค์กรในระยะยาว ดังนี้ 

  • รักษาสุขภาพและเพิ่มความสบายตา : ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา ปวดศีรษะ และป้องกันปัญหาสุขภาพจากการเพ่งสายตาในที่มืด หรือหรี่ตาในที่แสงจ้าเกินไป 
  • เสริมสร้างความปลอดภัย : ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรกลหรือสารเคมีอันตราย
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน : แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิ ลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบชิ้นงาน ช่วยให้กระบวนการทำงานราบรื่น
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย : หลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายจากการละเมิดข้อบังคับด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของหน่วยงานรัฐ 

มาตรฐานความสว่างภายในอาคาร

ตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใน พ.ศ. 2561 ได้มีการกำหนดค่า Lux มาตรฐานสำหรับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ดังนี้

บริเวณลักษณะพื้นที่ ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง (LUX)
ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร 50
ทางเดินบันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร 100
ห้องพักฟื้นสำหรับการปฐมพยาบาล ห้องพักผ่อน 50
ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า 100
โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา 300
ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องบรรยาย 300
ห้องเก็บวัตถุดิบ บริเวณห้องอบ หรือห้องทำให้แห้งของโรงซักรีด 100
คลังสินค้า ห้องควบคุม ห้องสวิตช์ 200
บริเวณเตรียมการผลิต พื้นที่บรรจุภัณฑ์ 300

ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณพื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ

บริเวณลักษณะพื้นที่ ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง (LUX)
ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร 50
ทางเดินบันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร 100
ห้องพักฟื้นสำหรับการปฐมพยาบาล ห้องพักผ่อน 50
ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า 100
โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา 300
ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องบรรยาย 300
ห้องเก็บวัตถุดิบ บริเวณห้องอบ หรือห้องทำให้แห้งของโรงซักรีด 100
คลังสินค้า ห้องควบคุม ห้องสวิตช์ 200
บริเวณเตรียมการผลิต พื้นที่บรรจุภัณฑ์ 300

ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน  ณ บริเวณที่ลูกจ้างต้องทำงาน โดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน (โรงงาน พื้นที่การผลิต คลังสินค้า)

ลักษณะงาน ค่าความเข้มของแสงสว่าง (LUX)
ชิ้นงานมีขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีชัดเจนมาก เช่น การรีดเส้นด้าย การซักรีด การปั๊มขึ้นรูปแก้ว งานเชื่อมเหล็ก การประกอบ เตรียมวัตถุดิบ 200-300
ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง สามารถมองเห็นได้และมีความแตกต่างของสีชัดเจน เช่น งานบรรจุน้ำลงขวดหรือกระป๋อง การทำงานไม้ขนาดปานกลาง 300-400
ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจนและมีความแตกต่างของสีปานกลาง เช่น การเตรียมอาหาร งานประจำในสำนักงาน งานออกแบบและเขียนแบบ งานประกอบรถยนต์และตัวถัง 400-500
ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานค่อนข้างมาก เช่น งานระบายสี งานพิสูจน์อักษร 500-600
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานมาก เช่น การปฏิบัติงานที่ชิ้นงานมีขนาดตั้งแต่ 25 ไมโครเมตร 700-800
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาและใช้เวลาในการทำงาน เช่น การตรวจสอบ การตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยมือ การเทียบสีในงานย้อมผ้า การร้อยตะกร้อ 800-1,200
ชิ้นงานมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีน้อยมาก ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานมาก เช่น งานตรวจสอบชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก งานละเอียดที่ทำที่โต๊ะ หรือเครื่องจักร ชิ้นงานที่มีขนาดเล็กกว่า 25 ไมโครเมตร 1,200-1,600
ชิ้นงานมีขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีสีไม่แตกต่างกัน ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานและความชำนาญสูง เช่น การเจียระไนเพชรพลอย งานทางการแพทย์ 2,500 หรือมากกว่า

พนักงานซ่อมบำรุงกำลังเช็กและทำความสะอาดหลอดไฟเพื่อรักษามาตรฐานความสว่างภายในอาคาร

การปรับปรุงค่า Lux ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

การปรับปรุงค่าความสว่างให้ตรงตามมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกสบายของผู้ใช้งานด้วย ซึ่งการปรับปรุงสามารถทำได้ดังนี้

  • เลือกหลอดไฟที่เหมาะสม ตรวจสอบค่า Lumens และอุณหภูมิสี (Color Temperature) ของหลอดไฟให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้ได้ค่า Lux ที่ต้องการบนพื้นผิวสัมผัส 
  • ตำแหน่งการติดตั้งหลอดไฟ ควรติดตั้งหลอดไฟในตำแหน่งที่สามารถกระจายแสงได้อย่างทั่วถึง เช่น บริเวณเพดาน หรือจุดที่ไม่มีเงาบดบัง รวมถึงใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงเพื่อช่วยเพิ่มความสว่าง
  • การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ กำหนดรอบทำความสะอาดโคมไฟและหลอดไฟ ฝุ่นที่เกาะสะสมสามารถลดทอนความสว่างลงได้ถึง 10-20% รวมถึงทำการเปลี่ยนหลอดไฟที่เสื่อมสภาพหรือมีอาการกะพริบทันที
  • การใช้ Lux Meter เพื่อตรวจสอบและวัดค่าความสว่างในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ทราบว่าความสว่างตรงตามมาตรฐานหรือไม่ และสามารถปรับปรุงได้ตามความจำเป็น

Health & Envitech บริการตรวจวัดแสงสว่าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน

สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโรงงานที่ต้องการตรวจวัดแสงสว่างและปรับปรุงระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย Health & Envitech พร้อมให้บริการตรวจวัดด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง การตรวจวัดสารเคมีอันตราย การตรวจวัดความร้อน การตรวจวัดเกี่ยวกับที่อับอากาศ การตรวจวัดความสั่นสะเทือน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระดับมาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และวิเคราะห์ผลการตรวจวัดอย่างละเอียด เพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดียิ่งขึ้น 

สนใจรับคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 

 

ข้อมูลอ้างอิง: 

  1. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จาก https://osh.labour.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1264%3Aupdate-&catid=1%3Anews-thai&Itemid=201

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Lux มาตรฐาน (FAQs)

Q: การใช้แสงธรรมชาติ (Daylight) ร่วมกับการเปิดไฟ ส่งผลต่อผลการวัดค่า Lux หรือไม่ ?

A: ส่งผลอย่างแน่นอน แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างหรือหลังคาโปร่งแสง สามารถเพิ่มค่า Lux ในพื้นที่ได้ชั่วคราว การออกแบบแสงสว่างที่ดีจึงควรมีระบบควบคุมหรือเซ็นเซอร์หรี่ไฟ เพื่อปรับระดับแสงประดิษฐ์ให้สมดุลกับแสงธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาค่าความสว่างให้คงที่แล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

Q: เครื่องวัดแสง (Lux Meter) จำเป็นต้องส่งสอบเทียบ (Calibration) บ่อยแค่ไหน ?

A: เครื่องมือวัดแสงควรได้รับการสอบเทียบความแม่นยำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อให้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์รับแสงยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง และผลการวัดสามารถนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้

Q: หากต้องทำงานกะกลางคืน มาตรฐานค่าความสว่างจะแตกต่างจากการทำงานกะกลางวันหรือไม่ ?

A: กฎหมายไม่ได้แบ่งแยกมาตรฐานความสว่างตามช่วงเวลาของวัน พื้นที่ทำงานต้องมีค่าความสว่างตามตารางมาตรฐานที่กำหนดตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน ดังนั้นในกะกลางคืนที่ไม่มีแสงธรรมชาติช่วย สถานประกอบการจะต้องอาศัยระบบแสงสว่างประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้ค่า Lux ที่เพียงพอตามเกณฑ์ 

Q: ค่า Lux มาตรฐานในสำนักงานควรอยู่ที่เท่าไร ?

A: สำหรับพื้นที่สำนักงานทั่วไป โต๊ะทำงาน ห้องพิมพ์เอกสาร หรือห้องฝึกอบรม ควรมีค่าความสว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 Lux เพื่อให้เพียงพอต่อการอ่านเอกสารและใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ทำให้สายตาเกิดความเมื่อยล้า

Q: Health & Envitech ให้บริการตรวจวัดแสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง ?

A: Health & Envitech ให้บริการครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน โครงการก่อสร้าง และสถานประกอบการทุกประเภทที่ต้องการประเมินสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล