07 ม.ค. ค่า Lux มาตรฐานและการตรวจวัดแสงสว่างเพื่อความปลอดภัย
Key Takeaways
ค่า Lux (ลักซ์) คือหน่วยวัดความสว่างของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวต่อหนึ่งตารางเมตร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน การจัดแสงสว่างให้ตรงตามค่า Lux มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จะช่วยลดความเหนื่อยล้าทางสายตา ป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานในสถานประกอบการ โดยอ้างอิงจากตารางค่าความสว่าง Lux ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ องค์กรควรทำการตรวจวัดแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ปฏิบัติงานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และหลีกเลี่ยงข้อหาความผิดทางกฎหมาย
แสงสว่าง เป็นองค์ประกอบในการออกแบบพื้นที่ทำงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระดับความสว่างที่เหมาะสมมีอิทธิพลอย่างมากต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพสายตา และความปลอดภัยของบุคลากรในทุกสายอาชีพ การปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดเกินไปหรือสว่างจ้าเกินไปล้วนก่อให้เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึง ทั้งความเหนื่อยล้าทางสายตา ความเครียดสะสม ไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานของแสงสว่างจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของ ค่า Lux มาตรฐานความสว่างในแต่ละพื้นที่ รวมถึงวิธีการประเมินและปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
รู้จักค่า Lux หน่วยวัดระดับแสงที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน
ค่า Lux (สัญลักษณ์: lx) คือ หน่วยวัดความสว่างในพื้นที่ โดย 1 Lux จะเท่ากับการที่แสงสว่าง 1 ลูเมนกระจายตัวบนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ค่า Lux จึงมีความสำคัญในการกำหนดระดับแสงที่เหมาะสมสำหรับการทำงาน หรือการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
- เพิ่มความสบายตา ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตาและป้องกันปัญหาสุขภาพตาจากการเพ่งทำงาน
- เสริมความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่มีการมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิและประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น
- สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายในพื้นที่
เปรียบเทียบค่า Lux และ Lumen ต่างกันอย่างไร ?
หลายคนอาจสับสน ค่าวัดความสว่างในพื้นที่อย่างค่า Lux และ Lumen มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยสามารถพิจารณาแยกแยะจากตารางด้านล่างนี้
| หัวข้อ | Lumen (ลูเมน) | Lux (ลักซ์) |
|---|---|---|
| ความหมาย | ปริมาณแสงทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดแสง | ปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวใดพื้นผิวหนึ่ง |
| สิ่งที่ใช้วัด | ประสิทธิภาพและความสว่างของตัวหลอดไฟ | ความสว่างที่ใช้งานได้จริงในพื้นที่บริเวณนั้น |
| ตัวแปรเรื่องระยะทาง | ไม่ขึ้นอยู่กับระยะทาง | ขึ้นอยู่กับระยะทาง ยิ่งไกลจากหลอดไฟ ค่า Lux ยิ่งลดลง |
| การนำไปใช้ | ใช้พิจารณาเปรียบเทียบตอนเลือกซื้อหลอดไฟ | ใช้พิจารณาตอนออกแบบและวัดแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน |
มาตรฐานความสว่างภายในอาคารสำคัญอย่างไร ?
การปฏิบัติตามมาตรฐานความสว่างภายในอาคารอย่างถูกต้อง มีจุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานและผลกำไรขององค์กรในระยะยาว ดังนี้
- รักษาสุขภาพและเพิ่มความสบายตา : ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา ปวดศีรษะ และป้องกันปัญหาสุขภาพจากการเพ่งสายตาในที่มืด หรือหรี่ตาในที่แสงจ้าเกินไป
- เสริมสร้างความปลอดภัย : ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรกลหรือสารเคมีอันตราย
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน : แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิ ลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบชิ้นงาน ช่วยให้กระบวนการทำงานราบรื่น
- ปฏิบัติตามกฎหมาย : หลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายจากการละเมิดข้อบังคับด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของหน่วยงานรัฐ
มาตรฐานความสว่างภายในอาคาร
ตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใน พ.ศ. 2561 ได้มีการกำหนดค่า Lux มาตรฐานสำหรับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ดังนี้
ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณพื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ
| บริเวณลักษณะพื้นที่ | ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง (LUX) |
|---|---|
| ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร | 50 |
| ทางเดินบันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร | 100 |
| ห้องพักฟื้นสำหรับการปฐมพยาบาล ห้องพักผ่อน | 50 |
| ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า | 100 |
| โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา | 300 |
| ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องบรรยาย | 300 |
| ห้องเก็บวัตถุดิบ บริเวณห้องอบ หรือห้องทำให้แห้งของโรงซักรีด | 100 |
| คลังสินค้า ห้องควบคุม ห้องสวิตช์ | 200 |
| บริเวณเตรียมการผลิต พื้นที่บรรจุภัณฑ์ | 300 |
ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณที่ลูกจ้างต้องทำงาน โดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน (โรงงาน พื้นที่การผลิต คลังสินค้า)
| ลักษณะงาน | ค่าความเข้มของแสงสว่าง (LUX) |
|---|---|
| ชิ้นงานมีขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีชัดเจนมาก เช่น การรีดเส้นด้าย การซักรีด การปั๊มขึ้นรูปแก้ว งานเชื่อมเหล็ก การประกอบ เตรียมวัตถุดิบ | 200-300 |
| ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง สามารถมองเห็นได้และมีความแตกต่างของสีชัดเจน เช่น งานบรรจุน้ำลงขวดหรือกระป๋อง การทำงานไม้ขนาดปานกลาง | 300-400 |
| ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจนและมีความแตกต่างของสีปานกลาง เช่น การเตรียมอาหาร งานประจำในสำนักงาน งานออกแบบและเขียนแบบ งานประกอบรถยนต์และตัวถัง | 400-500 |
| ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานค่อนข้างมาก เช่น งานระบายสี งานพิสูจน์อักษร | 500-600 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานมาก เช่น การปฏิบัติงานที่ชิ้นงานมีขนาดตั้งแต่ 25 ไมโครเมตร | 700-800 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาและใช้เวลาในการทำงาน เช่น การตรวจสอบ การตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยมือ การเทียบสีในงานย้อมผ้า การร้อยตะกร้อ | 800-1,200 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีน้อยมาก ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานมาก เช่น งานตรวจสอบชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก งานละเอียดที่ทำที่โต๊ะ หรือเครื่องจักร ชิ้นงานที่มีขนาดเล็กกว่า 25 ไมโครเมตร | 1,200-1,600 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีสีไม่แตกต่างกัน ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานและความชำนาญสูง เช่น การเจียระไนเพชรพลอย งานทางการแพทย์ | 2,500 หรือมากกว่า |

การปรับปรุงค่า Lux ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
การปรับปรุงค่าความสว่างให้ตรงตามมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกสบายของผู้ใช้งานด้วย ซึ่งการปรับปรุงสามารถทำได้ดังนี้
- เลือกหลอดไฟที่เหมาะสม ตรวจสอบค่า Lumens และอุณหภูมิสี (Color Temperature) ของหลอดไฟให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้ได้ค่า Lux ที่ต้องการบนพื้นผิวสัมผัส
- ตำแหน่งการติดตั้งหลอดไฟ ควรติดตั้งหลอดไฟในตำแหน่งที่สามารถกระจายแสงได้อย่างทั่วถึง เช่น บริเวณเพดาน หรือจุดที่ไม่มีเงาบดบัง รวมถึงใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงเพื่อช่วยเพิ่มความสว่าง
- การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ กำหนดรอบทำความสะอาดโคมไฟและหลอดไฟ ฝุ่นที่เกาะสะสมสามารถลดทอนความสว่างลงได้ถึง 10-20% รวมถึงทำการเปลี่ยนหลอดไฟที่เสื่อมสภาพหรือมีอาการกะพริบทันที
- การใช้ Lux Meter เพื่อตรวจสอบและวัดค่าความสว่างในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ทราบว่าความสว่างตรงตามมาตรฐานหรือไม่ และสามารถปรับปรุงได้ตามความจำเป็น
Health & Envitech บริการตรวจวัดแสงสว่าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน
สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโรงงานที่ต้องการตรวจวัดแสงสว่างและปรับปรุงระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย Health & Envitech พร้อมให้บริการตรวจวัดด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง การตรวจวัดสารเคมีอันตราย การตรวจวัดความร้อน การตรวจวัดเกี่ยวกับที่อับอากาศ การตรวจวัดความสั่นสะเทือน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระดับมาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และวิเคราะห์ผลการตรวจวัดอย่างละเอียด เพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดียิ่งขึ้น
สนใจรับคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
- โทรศัพท์ : 0-2952-6305-9
- LINE Official : https://lin.ee/5oJIwdk
- อีเมล : service@healthenvi.com
ข้อมูลอ้างอิง:
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จาก https://osh.labour.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1264%3Aupdate-&catid=1%3Anews-thai&Itemid=201
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Lux มาตรฐาน (FAQs)
Q: การใช้แสงธรรมชาติ (Daylight) ร่วมกับการเปิดไฟ ส่งผลต่อผลการวัดค่า Lux หรือไม่ ?
A: ส่งผลอย่างแน่นอน แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างหรือหลังคาโปร่งแสง สามารถเพิ่มค่า Lux ในพื้นที่ได้ชั่วคราว การออกแบบแสงสว่างที่ดีจึงควรมีระบบควบคุมหรือเซ็นเซอร์หรี่ไฟ เพื่อปรับระดับแสงประดิษฐ์ให้สมดุลกับแสงธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาค่าความสว่างให้คงที่แล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
Q: เครื่องวัดแสง (Lux Meter) จำเป็นต้องส่งสอบเทียบ (Calibration) บ่อยแค่ไหน ?
A: เครื่องมือวัดแสงควรได้รับการสอบเทียบความแม่นยำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อให้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์รับแสงยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง และผลการวัดสามารถนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้
Q: หากต้องทำงานกะกลางคืน มาตรฐานค่าความสว่างจะแตกต่างจากการทำงานกะกลางวันหรือไม่ ?
A: กฎหมายไม่ได้แบ่งแยกมาตรฐานความสว่างตามช่วงเวลาของวัน พื้นที่ทำงานต้องมีค่าความสว่างตามตารางมาตรฐานที่กำหนดตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน ดังนั้นในกะกลางคืนที่ไม่มีแสงธรรมชาติช่วย สถานประกอบการจะต้องอาศัยระบบแสงสว่างประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้ค่า Lux ที่เพียงพอตามเกณฑ์
Q: ค่า Lux มาตรฐานในสำนักงานควรอยู่ที่เท่าไร ?
A: สำหรับพื้นที่สำนักงานทั่วไป โต๊ะทำงาน ห้องพิมพ์เอกสาร หรือห้องฝึกอบรม ควรมีค่าความสว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 Lux เพื่อให้เพียงพอต่อการอ่านเอกสารและใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ทำให้สายตาเกิดความเมื่อยล้า
Q: Health & Envitech ให้บริการตรวจวัดแสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง ?
A: Health & Envitech ให้บริการครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน โครงการก่อสร้าง และสถานประกอบการทุกประเภทที่ต้องการประเมินสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลKey Takeaways
ค่า Lux (ลักซ์) คือหน่วยวัดความสว่างของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวต่อหนึ่งตารางเมตร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน การจัดแสงสว่างให้ตรงตามค่า Lux มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จะช่วยลดความเหนื่อยล้าทางสายตา ป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานในสถานประกอบการ โดยอ้างอิงจากตารางค่าความสว่าง Lux ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ องค์กรควรทำการตรวจวัดแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ปฏิบัติงานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และหลีกเลี่ยงข้อหาความผิดทางกฎหมาย
แสงสว่าง เป็นองค์ประกอบในการออกแบบพื้นที่ทำงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระดับความสว่างที่เหมาะสมมีอิทธิพลอย่างมากต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพสายตา และความปลอดภัยของบุคลากรในทุกสายอาชีพ การปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดเกินไปหรือสว่างจ้าเกินไปล้วนก่อให้เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึง ทั้งความเหนื่อยล้าทางสายตา ความเครียดสะสม ไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานของแสงสว่างจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของ ค่า Lux มาตรฐานความสว่างในแต่ละพื้นที่ รวมถึงวิธีการประเมินและปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
รู้จักค่า Lux หน่วยวัดระดับแสงที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน
ค่า Lux (สัญลักษณ์: lx) คือ หน่วยวัดความสว่างในพื้นที่ โดย 1 Lux จะเท่ากับการที่แสงสว่าง 1 ลูเมนกระจายตัวบนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ค่า Lux จึงมีความสำคัญในการกำหนดระดับแสงที่เหมาะสมสำหรับการทำงาน หรือการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
- เพิ่มความสบายตา ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตาและป้องกันปัญหาสุขภาพตาจากการเพ่งทำงาน
- เสริมความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่มีการมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิและประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น
- สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายในพื้นที่
เปรียบเทียบค่า Lux และ Lumen ต่างกันอย่างไร ?
หลายคนอาจสับสน ค่าวัดความสว่างในพื้นที่อย่างค่า Lux และ Lumen มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยสามารถพิจารณาแยกแยะจากตารางด้านล่างนี้
| หัวข้อ | Lumen (ลูเมน) | Lux (ลักซ์) |
| ความหมาย | ปริมาณแสงทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดแสง | ปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวใดพื้นผิวหนึ่ง |
| สิ่งที่ใช้วัด | ประสิทธิภาพและความสว่างของตัวหลอดไฟ | ความสว่างที่ใช้งานได้จริงในพื้นที่บริเวณนั้น |
| ตัวแปรเรื่องระยะทาง | ไม่ขึ้นอยู่กับระยะทาง | ขึ้นอยู่กับระยะทาง ยิ่งไกลจากหลอดไฟ ค่า Lux ยิ่งลดลง |
| การนำไปใช้ | ใช้พิจารณาเปรียบเทียบตอนเลือกซื้อหลอดไฟ | ใช้พิจารณาตอนออกแบบและวัดแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน |
มาตรฐานความสว่างภายในอาคารสำคัญอย่างไร ?
การปฏิบัติตามมาตรฐานความสว่างภายในอาคารอย่างถูกต้อง มีจุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานและผลกำไรขององค์กรในระยะยาว ดังนี้
- รักษาสุขภาพและเพิ่มความสบายตา : ลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา ปวดศีรษะ และป้องกันปัญหาสุขภาพจากการเพ่งสายตาในที่มืด หรือหรี่ตาในที่แสงจ้าเกินไป
- เสริมสร้างความปลอดภัย : ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรกลหรือสารเคมีอันตราย
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน : แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสมาธิ ลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบชิ้นงาน ช่วยให้กระบวนการทำงานราบรื่น
- ปฏิบัติตามกฎหมาย : หลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายจากการละเมิดข้อบังคับด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของหน่วยงานรัฐ
มาตรฐานความสว่างภายในอาคาร
ตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใน พ.ศ. 2561 ได้มีการกำหนดค่า Lux มาตรฐานสำหรับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ดังนี้
| บริเวณลักษณะพื้นที่ | ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง (LUX) |
|---|---|
| ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร | 50 |
| ทางเดินบันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร | 100 |
| ห้องพักฟื้นสำหรับการปฐมพยาบาล ห้องพักผ่อน | 50 |
| ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า | 100 |
| โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา | 300 |
| ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องบรรยาย | 300 |
| ห้องเก็บวัตถุดิบ บริเวณห้องอบ หรือห้องทำให้แห้งของโรงซักรีด | 100 |
| คลังสินค้า ห้องควบคุม ห้องสวิตช์ | 200 |
| บริเวณเตรียมการผลิต พื้นที่บรรจุภัณฑ์ | 300 |
ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณพื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ
| บริเวณลักษณะพื้นที่ | ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง (LUX) |
|---|---|
| ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร | 50 |
| ทางเดินบันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร | 100 |
| ห้องพักฟื้นสำหรับการปฐมพยาบาล ห้องพักผ่อน | 50 |
| ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า | 100 |
| โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา | 300 |
| ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องบรรยาย | 300 |
| ห้องเก็บวัตถุดิบ บริเวณห้องอบ หรือห้องทำให้แห้งของโรงซักรีด | 100 |
| คลังสินค้า ห้องควบคุม ห้องสวิตช์ | 200 |
| บริเวณเตรียมการผลิต พื้นที่บรรจุภัณฑ์ | 300 |
ตารางค่าความสว่าง Lux มาตรฐาน ณ บริเวณที่ลูกจ้างต้องทำงาน โดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน (โรงงาน พื้นที่การผลิต คลังสินค้า)
| ลักษณะงาน | ค่าความเข้มของแสงสว่าง (LUX) |
|---|---|
| ชิ้นงานมีขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีชัดเจนมาก เช่น การรีดเส้นด้าย การซักรีด การปั๊มขึ้นรูปแก้ว งานเชื่อมเหล็ก การประกอบ เตรียมวัตถุดิบ | 200-300 |
| ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง สามารถมองเห็นได้และมีความแตกต่างของสีชัดเจน เช่น งานบรรจุน้ำลงขวดหรือกระป๋อง การทำงานไม้ขนาดปานกลาง | 300-400 |
| ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจนและมีความแตกต่างของสีปานกลาง เช่น การเตรียมอาหาร งานประจำในสำนักงาน งานออกแบบและเขียนแบบ งานประกอบรถยนต์และตัวถัง | 400-500 |
| ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง หรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานค่อนข้างมาก เช่น งานระบายสี งานพิสูจน์อักษร | 500-600 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาในการทำงานมาก เช่น การปฏิบัติงานที่ชิ้นงานมีขนาดตั้งแต่ 25 ไมโครเมตร | 700-800 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน ต้องใช้สายตาและใช้เวลาในการทำงาน เช่น การตรวจสอบ การตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยมือ การเทียบสีในงานย้อมผ้า การร้อยตะกร้อ | 800-1,200 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีน้อยมาก ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานมาก เช่น งานตรวจสอบชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก งานละเอียดที่ทำที่โต๊ะ หรือเครื่องจักร ชิ้นงานที่มีขนาดเล็กกว่า 25 ไมโครเมตร | 1,200-1,600 |
| ชิ้นงานมีขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีสีไม่แตกต่างกัน ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานและความชำนาญสูง เช่น การเจียระไนเพชรพลอย งานทางการแพทย์ | 2,500 หรือมากกว่า |

การปรับปรุงค่า Lux ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
การปรับปรุงค่าความสว่างให้ตรงตามมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกสบายของผู้ใช้งานด้วย ซึ่งการปรับปรุงสามารถทำได้ดังนี้
- เลือกหลอดไฟที่เหมาะสม ตรวจสอบค่า Lumens และอุณหภูมิสี (Color Temperature) ของหลอดไฟให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้ได้ค่า Lux ที่ต้องการบนพื้นผิวสัมผัส
- ตำแหน่งการติดตั้งหลอดไฟ ควรติดตั้งหลอดไฟในตำแหน่งที่สามารถกระจายแสงได้อย่างทั่วถึง เช่น บริเวณเพดาน หรือจุดที่ไม่มีเงาบดบัง รวมถึงใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงเพื่อช่วยเพิ่มความสว่าง
- การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ กำหนดรอบทำความสะอาดโคมไฟและหลอดไฟ ฝุ่นที่เกาะสะสมสามารถลดทอนความสว่างลงได้ถึง 10-20% รวมถึงทำการเปลี่ยนหลอดไฟที่เสื่อมสภาพหรือมีอาการกะพริบทันที
- การใช้ Lux Meter เพื่อตรวจสอบและวัดค่าความสว่างในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ทราบว่าความสว่างตรงตามมาตรฐานหรือไม่ และสามารถปรับปรุงได้ตามความจำเป็น
Health & Envitech บริการตรวจวัดแสงสว่าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน
สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโรงงานที่ต้องการตรวจวัดแสงสว่างและปรับปรุงระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย Health & Envitech พร้อมให้บริการตรวจวัดด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง การตรวจวัดสารเคมีอันตราย การตรวจวัดความร้อน การตรวจวัดเกี่ยวกับที่อับอากาศ การตรวจวัดความสั่นสะเทือน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระดับมาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และวิเคราะห์ผลการตรวจวัดอย่างละเอียด เพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดียิ่งขึ้น
สนใจรับคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
- โทรศัพท์ : 0-2952-6305-9
- LINE Official : https://lin.ee/5oJIwdk
- อีเมล : service@healthenvi.com
ข้อมูลอ้างอิง:
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จาก https://osh.labour.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1264%3Aupdate-&catid=1%3Anews-thai&Itemid=201
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Lux มาตรฐาน (FAQs)
Q: การใช้แสงธรรมชาติ (Daylight) ร่วมกับการเปิดไฟ ส่งผลต่อผลการวัดค่า Lux หรือไม่ ?
A: ส่งผลอย่างแน่นอน แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างหรือหลังคาโปร่งแสง สามารถเพิ่มค่า Lux ในพื้นที่ได้ชั่วคราว การออกแบบแสงสว่างที่ดีจึงควรมีระบบควบคุมหรือเซ็นเซอร์หรี่ไฟ เพื่อปรับระดับแสงประดิษฐ์ให้สมดุลกับแสงธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาค่าความสว่างให้คงที่แล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
Q: เครื่องวัดแสง (Lux Meter) จำเป็นต้องส่งสอบเทียบ (Calibration) บ่อยแค่ไหน ?
A: เครื่องมือวัดแสงควรได้รับการสอบเทียบความแม่นยำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อให้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์รับแสงยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง และผลการวัดสามารถนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้
Q: หากต้องทำงานกะกลางคืน มาตรฐานค่าความสว่างจะแตกต่างจากการทำงานกะกลางวันหรือไม่ ?
A: กฎหมายไม่ได้แบ่งแยกมาตรฐานความสว่างตามช่วงเวลาของวัน พื้นที่ทำงานต้องมีค่าความสว่างตามตารางมาตรฐานที่กำหนดตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน ดังนั้นในกะกลางคืนที่ไม่มีแสงธรรมชาติช่วย สถานประกอบการจะต้องอาศัยระบบแสงสว่างประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้ค่า Lux ที่เพียงพอตามเกณฑ์
Q: ค่า Lux มาตรฐานในสำนักงานควรอยู่ที่เท่าไร ?
A: สำหรับพื้นที่สำนักงานทั่วไป โต๊ะทำงาน ห้องพิมพ์เอกสาร หรือห้องฝึกอบรม ควรมีค่าความสว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 Lux เพื่อให้เพียงพอต่อการอ่านเอกสารและใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ทำให้สายตาเกิดความเมื่อยล้า
Q: Health & Envitech ให้บริการตรวจวัดแสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง ?
A: Health & Envitech ให้บริการครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน โครงการก่อสร้าง และสถานประกอบการทุกประเภทที่ต้องการประเมินสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล