สุขศาสตร์อุตสาหกรรม (Industrial Hygiene) คือ ศาสตร์และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแล ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน โดยหลักสำคัญคือต้องมีการตระหนัก การประเมิน และการควบคุมปัจจัยเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความดันของเสียง การตรวจวัดการสั่นสะเทือน การตรวจวัดแสงสว่างการตรวจวัดความร้อน การตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงาน
วัตถุประสงค์หลักของการตรวจวัดสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน ไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานต้องสัมผัสกับสารปนเปื้อนอันตรายในพื้นที่การทำงาน โดยเมื่อสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นไปตามหลักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม ประสิทธิภาพของการทำงานก็ย่อมเพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนั้นยังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงของสถานที่ปฏิบัติงานอีกด้วย
ที่ Health & Envitech เราให้บริการตรวจวัดด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยแบบครบวงจร รวบรวมบริการตรวจวัดการสั่นสะเทือนในโรงงานบริการตรวจวัดเสียงอุตสาหกรรมบริการตรวจวัดแสงสว่างอุตสาหกรรมบริการตรวจสารเคมีในโรงงาน และบริการตรวจสารเคมีอุตสาหกรรมไว้ในที่เดียว โดยกระบวนการตรวจวัดคุณภาพในด้านต่าง ๆ และการเก็บตัวอย่างจะดำเนินการโดยมืออาชีพ ถูกต้องตามหลักวิชาการ อีกทั้งยังมีการวิเคราะห์ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับมาตรฐาน รวมถึงบริการให้คำปรึกษาการติดตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Health & Envitech ให้บริการด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยในการดำเนินการเก็บตัวอย่าง ตรวจวัดในด้านต่าง ๆ ครบวงจร โดยเราจะนำผลการทดสอบไปทำการวิเคราะห์เพื่อให้เป็นไปตามวิธีมาตรฐานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน, สถาบันความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานแห่งสหรัฐอเมริกา (National Institute for Occupational Safety and Health : NIOSH), มาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสหรัฐอเมริกา (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) และประกาศขององค์กรนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมภาครัฐแห่งสหรัฐอเมริกา (American Conference of Governmental Industrial Hygienist : ACGIH)
ตรวจวัดความดังของเสียงในพื้นที่ทำงาน เช่น เครื่องจักรหรือไลน์ผลิต เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน และให้สอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
ประเมินสภาวะความร้อน เช่น ค่า WBGT (Wet Bulb Globe Temperature) ในโรงงานหรือพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความร้อนที่สะสมในร่างกายของมนุษย์ เพื่อป้องกันภาวะลมแดด (Heat Stroke) และกำหนดเวลาพักหรือมาตรการลดความร้อนอย่างเหมาะสม
วัดค่าความเข้มแสง (Lux) ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ลดปัญหาสายตาล้า อุบัติเหตุ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ตรวจวัดความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศ เช่น ไอระเหย ก๊าซพิษ หรือสาร VOCs เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพพนักงาน และควบคุมปริมาณสารเคมี รวมทั้งค่ามาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่ายให้อยู่ในระดับที่กฎหมายกำหนด
วัดปริมาณฝุ่นละออง เช่น PM10, PM2.5 หรือฝุ่นเฉพาะทางในกระบวนการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจและควบคุมคุณภาพอากาศในพื้นที่ทำงาน
ตรวจระดับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่างกาย เช่น อาการชามือ (Hand-Arm Vibration Syndrome) และลดความเสียหายของเครื่องจักร
ตรวจวัดปล่องระบายอากาศเพื่อวิเคราะห์มลพิษที่ปล่อยออกจากปล่องโรงงาน เช่น ฝุ่น ก๊าซ SO₂, NOₓ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง




การตรวจวัดด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องอ้างอิงตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลการตรวจมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้ยื่นต่อหน่วยงานรัฐได้ โดยมีมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
การตรวจวัดทุกประเภทต้องดำเนินการโดยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ (Calibration) และผู้เชี่ยวชาญที่มีใบรับรอง เพื่อให้ผลลัพธ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้จริงในเชิงกฎหมาย
การตรวจวัดด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัยไม่ใช่เพียงการทำตามกฎหมาย แต่เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่องค์กรในระยะยาว หากดำเนินการอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยในการตรวจสอบคุณภาพด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัยให้แก่องค์กรของคุณ Health & Envitech พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ทั้งในการเก็บตัวอย่างไปจนถึงการวิเคราะห์และติดตามผลตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ติดต่อเราได้ที่ LINE OA: HealthandEnvitech หรืออีเมล service@healthenvi.com
A : โดยทั่วไปควรตรวจวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต เครื่องจักร เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และให้ข้อมูลสะท้อนสภาพการทำงานจริงและสอดคล้องตามกฎหมาย
A : จำเป็นสำหรับทุกโรงงาน แต่จะมีความเข้มงวดแตกต่างกัน โดยโรงงานที่มีเครื่องจักร เสียงดัง หรือใช้แรงงานต่อเนื่อง จะถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอ
A : สามารถใช้ได้ เพราะเราดำเนินการตรวจวัดตามมาตรฐานที่กำหนด ใช้เครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ และจัดทำรายงานโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงใช้เป็นเอกสารอ้างอิงต่อหน่วยงานราชการได้
A : ควรเตรียมข้อมูลพื้นที่ เช่น แผนผังโรงงาน จุดเสี่ยง กระบวนการผลิต และแจ้งช่วงเวลาการทำงานจริง เพื่อให้การตรวจวัดสะท้อนสภาพการใช้งานจริงมากที่สุด
A : สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากกฎหมายจะมีการอัปเดตตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และความเสี่ยงใหม่ ๆ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างสม่ำเสมอ
A : บริการตรวจวัดเหมาะกับหลากหลายอุตสาหกรรมและลักษณะงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้